ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๑

เพื่ออนุวัตให้เป็นไปตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงเห็นสมควรออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๑ เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๑ จึงมีมติให้ออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๑”

ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

  • “การประชุม” หมายความว่า การประชุมสภามหาวิทยาลัย

  • “ประธาน” หมายความว่า ประธานที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย

  • “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัย

  • “เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการสภามหาวิทยาลัย

ข้อ ๕ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

หมวด ๑

การประชุม

ข้อ ๖ การประชุมให้มีตามกำหนดที่สภามหาวิทยาลัยได้มีมติไว้ แต่นายกสภามหาวิทยาลัยจะสั่งงดการประชุมครั้งใดก็ได้ เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องที่สมควรบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม

ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่กรรมการตั้งแต่เจ็ดรูปหรือคนขึ้นไปร้องขอหรือนายกสภามหาวิทยาลัยเห็นสมควร นายกสภามหาวิทยาลัยจะเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษก็ได้

ข้อ ๗ การเรียกประชุมต้องทำเป็นหนังสือแจ้งพร้อมด้วยระเบียบวาระการประชุมและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยให้กำหนดล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน นายกสภามหาวิทยาลัยจะเรียกประชุมเร็วกว่าเจ็ดวันโดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือแจ้งก็ได้

ข้อ ๘ การจัดระเบียบวาระการประชุม ให้เป็นไปตามลำดับ ดังนี้

  • ๘.๑ เรื่องแจ้งเพื่อทราบ

  • ๘.๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุม

  • ๘.๓ เรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน

  • ๘.๔ เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

  • ๘.๕ เรื่องอื่นๆ

ในกรณีที่มีเรื่องจำเป็นเร่งด่วน นายกสภามหาวิทยาลัยจะจัดระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญไว้ในลำดับแรกของการประชุมก็ได้

ข้อ ๙ ให้มีการลงลายมือชื่อกรรมการที่มาประชุมทุกครั้ง

ข้อ ๑๐ ในการประชุมต้องมีกรรมการมาประชุมจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

เมื่อพ้นกำหนดเวลาการเริ่มประชุมไปได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว ถ้ากรรมการยังไม่ครบองค์ประชุม ประธานจะสั่งเลื่อนการประชุมออกไปก็ได้

ข้อ ๑๑ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธานในการประชุมและให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนในเมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย

ในกรณีที่ไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธาน ให้เลขานุการเสนอที่ประชุมเลือกกรรมการที่มาประชุมรูปใดรูปหนึ่งเป็นประธานของที่ประชุม

ข้อ ๑๒ ให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุมและต้องดำเนินการประชุมตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติเป็นอย่างอื่น

ข้อ ๑๓ ประธานมีอำนาจปรึกษาที่ประชุมในปัญหาใดๆ เตือน ห้ามปราม ให้งดการอภิปรายในเรื่องที่กำลังพิจารณา สั่งพักการประชุม เลื่อนการประชุมหรือเลิกการประชุมได้ตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๑๔ ถ้าประธานหรือกรรมการไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของกรรมการที่มาประชุม เสนอให้ประชุมลับ ก็ให้ประชุมลับ ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมลับได้ ได้แก่ กรรมการและผู้ที่ได้รับอนุญาตจากประธานเท่านั้น

ที่ประชุมอาจมีมติให้จดรายงานการประชุมลับทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้และให้บันทึกเหตุผลไว้ การเปิดเผยรายงานการประชุมลับให้เป็นไปตามมติของสภามหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๕ ให้มีการจดรายงานการประชุมในการประชุมแต่ละครั้ง โดยให้ที่ประชุมมีมติรับรองรายงานการประชุมนั้น และกรรมการมีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้ตรงตามความเป็นจริงได้ ทั้งนี้ ให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด

ข้อ ๑๖ เมื่อที่ประชุมมีมติรับรองรายงานการประชุมครั้งใดแล้ว ให้ประธานและเลขานุการลงลายมือชื่อในรายงานการประชุมนั้นไว้

ข้อ ๑๗ ที่ประชุมอาจมีมติห้ามโฆษณาข้อความอันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยผลประโยชน์ที่สำคัญของมหาวิทยาลัยหรือข้อความอื่นที่กล่าวหรือปรากฏในรายงานการประชุมก็ได้

ข้อ ๑๘ เลขานุการ มีหน้าที่ ดังนี้

  • ๑๘.๑ เชิญประชุมสภามหาวิทยาลัย

  • ๑๘.๒ แจ้งระเบียบวาระการประชุมหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุม

  • ๑๘.๓ เชิญบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงในที่ประชุม

  • ๑๘.๔ จัดทำรายงานการประชุม

  • ๑๘.๕ แจ้งมติของสภามหาวิทยาลัยไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง

  • ๑๘.๖ รักษาเอกสารของสภามหาวิทยาลัย

  • ๑๘.๗ ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ หรือที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือสภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดีจำนวนไม่เกินสองรูปหรือคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการสภามหาวิทยาลัยก็ได้ ทั้งนี้โดยคำเสนอแนะของอธิการบดีและเลขานุการอาจแต่งตั้งคณาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยมาปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลืองานในการประชุมโดยความเห็นชอบของนายกสภามหาวิทยาลัย

หมวด ๒

การเสนอเรื่องเข้าระเบียบวาระการประชุม

ข้อ ๑๙ ผู้มีสิทธิเสนอเรื่องเข้าระเบียบวาระการประชุม ได้แก่ กรรมการ

ข้อ ๒๐ การเสนอเรื่องเข้าระเบียบวาระการประชุม ให้ทำเป็นหนังสือถึงนายกสภามหาวิทยาลัยล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน เว้นแต่กรณีที่จำเป็นเร่งด่วน

ให้นายกสภามหาวิทยาลัยพิจารณานำเรื่องที่เสนอเข้าระเบียบวาระการประชุมตามที่เห็นสมควร

หากนายกสภามหาวิทยาลัยเห็นว่าไม่สมควร อาจไม่นำเรื่องที่เสนอเข้าระเบียบวาระการประชุมก็ได้ แต่ทั้งนี้ให้แจ้งให้ผู้ที่เสนอเรื่องทราบโดยเร็ว

เรื่องการนำเข้าระเบียบวาระการประชุมนั้น นายกสภามหาวิทยาลัยอาจมอบหมายให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยดำเนินการแทนก็ได้

หมวด ๓

การลงมติ

ข้อ ๒๑ กรณีที่ต้องมีมติของสภามหาวิทยาลัย ให้ประธานขอให้ที่ประชุมลงมติและมติของที่ประชุมให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานออกเสียงชี้ขาด โดยจะให้เหตุผลหรือไม่ก็ได้

ข้อ ๒๒ การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำเป็นการเปิดเผย เว้นแต่ที่ประชุมมีมติให้กระทำเป็นการลับ

วิธีการลงคะแนนเปิดเผยและวิธีการลงคะแนนลับ ให้ประธานเป็นผู้กำหนดโดยความเห็นชอบของที่ประชุม

ข้อ ๒๓ เมื่อได้รับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมทันที ถ้าเรื่องใดมีกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับเฉพาะเรื่องนั้นกำหนดไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงที่จำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่

ข้อ ๒๔ ในการนับคะแนนเสียง ถ้ากรรมการร้องขอและที่ประชุมมีมติให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ ก็ให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่อีก

ข้อ ๒๕ เรื่องที่เสนอใดไม่มีผู้คัดค้านก็ให้ประธานถามที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบกับเรื่องที่เสนอนั้น

ข้อ ๒๖ กรณีที่มีการพิจารณา อภิปราย หรือลงมติที่กรรมการผู้ใดมีประโยชน์ได้เสียส่วนตนเกี่ยวข้องด้วย กรรมการผู้นั้นจะอยู่ในที่ประชุมมิได้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติอนุญาตให้อยู่ในที่ประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอันจะทำความกระจ่างในเรื่องนั้น

ข้อ ๒๗ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ในการประชุมของสภาวิชาการ คณะกรรมการประจำคณะ สถาบัน สำนัก ศูนย์ วิทยาลัย สภาวิทยาเขต และคณะกรรมการประจำวิทยาเขตโดยอนุโลม

ข้อ ๒๘ การตีความและวินิจฉัยปัญหาตามข้อบังคับนี้ สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้วินิจฉัยและเมื่อสภามหาวิทยาลัยวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วให้ถือเป็นที่สุด

ข้อ ๒๙ ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเฉพาะการประชุมพิจารณาเรื่องใด สภามหาวิทยาลัยอาจมีมติให้งดใช้ข้อบังคับนี้ข้อใดข้อหนึ่งในการประชุมพิจารณาเรื่องนั้นก็ได้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑

(พระสุเมธาธิบดี)

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

Scroll to Top